จะเป็นเยี่ยงไรเมื่อรัฐเริ่มมุ่งสร้างความพึงพอใจให้กับวินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

99

ก่อนหน้าที่ผ่านมาจะมองเห็นได้ว่าบรรยากาศความไม่ชอบใจของบรรดาเหล่าผู้ประกอบอาชีพ วินจักรยานยนต์รับจ้าง


นั้นจะมีกรณีหลายสาเหตุที่สร้างความรู้สึกบาดหมางต่อรัฐบาล รวมทั้งยังมีกรณีเรื่องข้อโต้แย้งกับ อูเบอร์รวมทั้งแกร็บคาร์ ที่ทำให้เกิดคำเรียกร้อง ผ่านการรวมตัวรวมกันของวินรถมอเตอร์ไซค์อยู่เป็นประจำและไม่ได้รับการโต้ตอบจากที่พึงพอใจมากสักเท่าไรนัก แต่ในตอนของบรรยากาศที่จะต้องรีบหาคะแนนเสียงซื้อใจราษฎรและก็หลีกเลี่ยงความโกรธเคืองนั้น เริ่มมีต้นแบบพื้นที่การ ส่งสัญญาณเข้าพบเข้าช่วย วินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ซึ่งปัจจุบันนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้ออกคำสั่งให้ กระทรวงพลังงาน รวมทั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และก็การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มาร่วมกันแสวงหาหนทางกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกหลักการกฎเกณฑ์ ช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบอาชีพรถเครื่องรับจ้าง

แต่วิถีทางที่จะใช้ ในที่สุดก็หนีไม่พ้นที่จะออกมาในลักษณะของการอุ้ม ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ให้แก่เหล่าบรรดารถยนต์มอเตอร์ไซด์รับจ้างนั่นเอง

แม้กระนั้นก็ตาม ผู้ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้าง ที่กำลังจะได้รับการอุดหนุนราคาน้ำมันนั้นควรจะเป็นคนที่ขึ้นบัญชีกับกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งเป็นผู้ถือบัตรผลประโยชน์ที่เมืองแค่นั้น ซึ่งเมืองจะกระทำการช่วยอุดหนุนน้ำมันในอัตราลิตรละ 3 บาทต่อลิตร ซึ่งจากผลของการประเมินพบว่าจะมีจักรยานยนต์รับจ้างจากทั่วราชอาณาจักรอยู่ที่ราว สองถึงสามแสนคันที่ได้รับโควต้านี้ แล้วก็ยังจำต้องคอยผ่านกรรมวิธีอนุมัติ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ด้านในตอนปลายปีนี้ ซึ่งแนวโน้มที่ข้างต่างๆที่เมืองชวนร่วมให้มาเข้าโครงงานอุดหนุนน้ำมันในคราวนี้ย่อมส่อแววว่า จะร่วมมืออย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้างของ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยซึ่งมีท่าทางแรงกล้าที่ปรารถนาร่วมประมูลโครงงานลงทุนรถไฟฟ้าเชื่อม 3 ท่าอากาศยานที่มีมูลค่าเป็นอย่างมากเป็นวัตถุประสงค์สำคัญที่ยากจะไม่ยอมรับความร่วมแรงร่วมมือในเรื่องพวกนี้

แค่นี้ไม่พอ เวลานี้เมืองยังมีแต้มต่อที่ส่อว่าจะสามารถชักพา ดูหนังให้ข้างต่างๆร่วมมือในเรื่องอื่นๆได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การอุดหนุนผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ และก็ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวพันกับการขับรถเมล์จำพวกอื่นๆที่แรกเริ่มแล้วทาง การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจะต้องแบกภาระอยู่แล้วในงบประมาณถึงปีละราว2,500 ล้านบาท

และก็แน่ๆว่าเรื่องที่เมืองต้องหาทางอุดหนุนพสกนิกรอยู่เป็นประจำโดยยิ่งไปกว่านั้นการเข้าถึงพื้นฐานเสียงในระดับรากต้นหญ้าแล้วก็พลเมืองทั่วๆไป มันก็คือการช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ประกอบธุรกิจห้องอาหาร แล้วก็ผู้ใช้ครอบครัวต่างๆที่มีการใช้ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวซึ่งแม้ว่าจะยังคงข้อแม้จำกัดไว้แม้กระนั้นเฉพาะคนที่มีรายได้น้อยก็ตาม แต่งบโดยประมาณสำหรับในการตรึงราคานั้นยังคงมีตัวเลขของการแบกแบกรับภาระสูงอยู่เช่นเดียวกัน ซึ่งทาง ปตท เองก็มีการหาวิถีทางลดหย่อนภาระหน้าที่ของตนเองในทางที่เรียกร้องให้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ามามีส่วนร่วมช่วยแบ่งแบกภาระในอัตราที่ 2 บาทต่อลิตร โดยที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจะเหลือการแบกภาระอยู่ที่ 1 บาทต่อลิตร ซึ่งไม่ว่ายังไงเสีย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เองนั้นเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ามีองค์ประกอบการมีหุ้นส่วน ของผู้มีอำนาจในประเทศอยู่เยอะมากหลายราย การใช้ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเป็นผู้มีหน้าที่หลักสำหรับในการช่วยเหลือเมืองบางทีอาจไม่ได้ง่ายได้ทั้งผอง

อย่างไรก็ดีจะต้องรอติดตามกันถัดไปว่านโยบายใหม่ต่างๆที่เมืองกำลังมุ่งปฏิบัติการช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบกิจการรถประจำทางรับจ้าง เริ่มที่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั้นจะได้รับผลตอบรับรวมทั้งความซาบซึ้งต่อเมืองมากมายเท่าใด